Tuesday, December 13, 2011

วังบางขุนพรหม

ตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม
การก่อสร้าง กรม โยธาธิการเป็นผู้ดำเนินการออกแบบภายใต้การกำกับดูแลของพระสถิตย์นิมานการ (หม่อมราชวงศ์ชิต อิศรศักดิ์) ซึ่งงานออกแบบก่อสร้างของราชการในกรมโยธาธิการในระยะแรก ทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของนายคาร์ล ซันเดรคซกี  และนายเปาโล เรเมดีและนายมาริโอ ตามาญโญ  เป็นผู้ช่วย  สำหรับงานวิศวกรรมนั้นมี นายคาร์โล อัลเลกรี เป็นอินยิเนียใหญ่ และนายเอมิลโย โจวันนี อูเจนโย กอลโล เป็น อินยิเนียรอง  ภายหลังนายมาริโอ ตามาญโญ  รับผิดชอบด้านสถาปัตยกรรม และนายคาร์โล อันเลกรี ดูแลด้านวิศวกรรม



               สถาปัตยกรรม  ใน ห้วงเวลาที่มีการออกแบบวังบางขุนพรหมนั้นสถาปัตยกรรมในยุโรปอยู่ในยุคของ การปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้สามารถผลิตวัสดุก่อสร้างแบบใหม่ เปลี่ยนแปลงการออกแบบ และวิธีการก่อสร้าง  ดังนั้นสถาปัตยกรรม วังบางขุนพรหมจึงเป็นโครงสร้างก่ออิฐฉาบปูน ผนังรับน้ำหนัก มีโครงสร้างหลังคาไม้เนื้อแข็ง มุงด้วยกระเบื้องว่าว หลังคาเป็นทรงมังซาร์ ซึ่งมีลักษณะเป็นหลังคาสองชั้นซ้อนกันโดยมีความลาดของหลังคาแต่ละชั้นไม่ เท่ากัน หลังคาชั้นล่างมีหน้าต่างเล็ก ๆ อย่างที่เรียกว่า ดอร์เมอร์ ยื่นออกจากหลังคาห่างกันเป็นระยะเท่า ๆ กัน
                     ตำหนักใหญ่วังบางขุนพรหมมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยการตกแต่งผนังปูนปั้นอันวิจิตร  นับ เป็นอาคารที่มีลวดลายประดับงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ปูนปั้นเหล่านี้ล้วนเป็นลวดลายที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกในสมัยต่าง ๆ กัน โดยออกแบบให้สอดคล้องกับองค์ประกอบทาสถาปัตยกรรม                      

สถาปนิกใช้สถาปัตยกรรมแบบบาโรกและโรโกโกเป็นหลักในการออกแบบ ดังจะเห็นได้จากรูปลักษณะหน้าบันและผนังภายนอกอาคาร หอกลมทางด้านทิศใต้ที่มีลักษณะโค้ง และผนังด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นเส้นโค้งเว้าเข้า และนูนต่อเนื่องกัน สำหรับการวางผังเป็นไปในลักษณะสถาปัตยกรรมแบบ บาโรกและใช้ต่อเนื่องมาจนปลายสมัยศตวรรษที่ ๑๙













ตำหนักสมเด็จ
สร้างขึ้นภายหลังประมาณปี 2456 เพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระมาศรี พระอัครราชเทวี โดยมี นายคาร์ล เดอริง สถาปนิกชาวเยอรมัน เป็นผู้ออกแบบ เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สูงสองชั้น ตำหนักนี้ไม่ได้เน้นการทำลวดลายปูนปั้นด้านนอก แต่เน้นการประดับไม้ที่ผนังและฝากั้นห้องภายใน โดยตกแต่งสไตล์อาร์ตนูโว นอกจากนี้ยังตกแต่งด้วยภาพวาดปูนเปียก สไตล์ตะวันตก อยู่บนผนังภายในตำหนักสมเด็จ ซึ่งเป็นฝีมือของนายริโกลี จิตรกรชาวอิตาเลียนด้วย














A mansard roof on the Château de Dampierre (1675–1683), by
Jules Hardouin-Mansart, great-nephew of François Mansart.



สถาปัตยกรรมBaroque Revival ในต่างประเทศ
 



Art Nouveau
Charles Rennie Mackintosh's House For An Art Lover, 1901


 
Charles Rennie Mackintosh Hill House Chair


 
Jugenstil Doorway for the Gluckert Furniture Company (Germany), 1901
ลวดลายในแบบศิลปะอา์ร์ตนูโว บนแสตมป์

อ้างอิง
http://www.pantip.com/cafe/gallery/topic/G3009819/G3009819.html
http://www.bot.or.th/Thai/BOTMuseum/Palace/Pages/Bangkhunprom.aspx
http://th.wikipedia.org/wiki/วังบางขุนพรหม
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha/2010/09/01/entry-2

พระที่นั่งอภิเศกดุสิต

พระที่นั่งอภิเศกดุสิต คือ หนึ่งในองค์พระที่นั่งในพระราชวังดุสิต เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2446 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2447 สร้างหลังพระที่นั่งวิมานเมฆ ประมาณ 2 ปี และ มีการฉลองพระที่นั่งเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2447(ร.ศ. 123)
พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นพระที่นั่งองค์แรกๆ ที่สร้างขึ้นในเขตพระราชวังดุสิต เป็นพระที่นั่งชั้นเดียว หลังคาทรงปั้นหยา ประดับไปด้วยสร้างด้วยไม้เป็นส่วนมาก ตกแต่งด้วยฉลุไม้เรียกว่า ลายบุหงา มีการประดับกระจกสี และลวดลายปูนปั้นที่หน้าบัน คล้ายกับรูปแบบศิลปะของอิสลาม









 ตัวอย่างของ Moorish Architecture

อ้างอิงที่มาภาพและข้อมูล